ความเรียงรำพึงรำพัน มีเบื้องหลังจากแรงยุของน้องสาวตาโศกคนหนึ่ง (เอ้อ.. อย่าคิดว่าตาโศกตัวจะโศกตามนะคะ โศกแต่ตาเท่านั้นค่ะ) เอ้า บรรยายต่อ น้องคนนี้เธอเป็นหนอนอ้วนๆ (ดำๆ) ตัวยง เราสองคนอ่านอะไรๆ คล้ายคลึงกัน ช่วงหลังจากที่รู้จักกับคุณน้องท่านนี้ ดิฉันก็ไม่ค่อยต้องได้ซื้อหนังสืออ่านเล่นสักเท่าไหร่ นับว่าประหยัดได้โข เพราะคุณน้องเธอคัดสรรสิ่งดีๆ สำหรับคุณพี่อย่างดิฉันเสมอ เพราะเธอมีนิสัยรักการอ่าน และหากติดใจมักมีการเชียร์ หรือส่งมาให้อ่าน ให้ หรือให้ยืมว่ากันไปเป็นเล่มๆ บางเล่มมีค่าเท่าชีวิต เพราะมีลายเซนต์นักเขียนคนโปรดติดอยู่ให้เกิดความรู้สึกขลัง เอ ถึงไหนแล้ว .. ค่ะ ๆ เข้าเรื่องกันได้แล้ว
เข้ากันง่ายๆ ตรงที่ดิฉันกับน้องตาโศกอ่านอะไรเล่มเดียวกันแล้วชอบเอาคุยรำพึงรำพัน (แต่มิใช่พรอดพร่ำ) และที่ชอบที่สุดเป็นความเรียงใสๆ ที่บอกเล่าสิ่งเล็กๆ รอบๆ ตัว เพราะตัวเองก็ใสๆ แบบนั้น เอ๊ย ไม่เชิงหรอกค่ะ ชอบความงดงาม หวานและใสของการบอกเล่า ซึ่งคุณน้องตาโศกของดิฉันบอกว่าเธอคิดว่าแบบนี้พี่วดีของเธอก็เขียนได้ แล้วบ่ายวันหนึ่งกลางเดือนเมษา ท่ามกลางอากาศที่ร้อนเหงื่อตก ดิฉันก็เริ่มเขียนความเรียงบทแรก ซึ่งนำมาสู่การถือกำเนิดของชุดรำพึงรำพัน 1 ในรูปแบบของหนังสือทำมือเล่มน้อย ที่การผลิตยุ่งยากซับซ้อน แต่มีหน้าตาออกมาเหมือนกับว่ามันง่ายแสนง่ายที่จะทำ แต่ดิฉันก็ยุ่งตุงนังกับการทำต้นฉบับ หงุดหงิดกับการถ่ายเอกสารที่ไม่ค่อยชัดเจน และแทงเข็มเย็บหนังสือทีละเล่มๆ ด้วยความปลื้ม และความสุข
มันเป็นความสุขง่ายๆ ของคนๆ หนึ่งที่ยิ้มทุกครั้งที่หยิบหนังสือรำพึงรำพันทำมือมามอง เพราะมันเป็นของเราจริงๆ ทำเองกับมืออย่างแท้จริงที่สุด และเรื่องที่เขียนลงไปในนั้น ก็เป็นกลิ่นอายรอบๆ ตัวโดยแท้ ในหนังสือรำพึงรำพันจะมีเรื่องเล่าสั้นๆ หลากหลาย ที่ค่อยๆ เขียนสะสมเอาไว้
จน กระทั่งวันหนึ่ง ดิฉันก็พ่ายแพ้แก่ความหงุดหงิดใจของตัวเองเมื่อการถ่ายเอกสารเป็นไปอย่างแย่ มาก จึงตัดสินใจควักกระเป๋าเพื่อจัดการให้หนังสือทำมือเล่มน้อย กลายเป็นหนังสือแบบสากลนิยมที่มีตัวหนังสือคมชัดทุกตัว และมีปกเคลือบสวยงาม(ตามสายตาดิฉันเอง)
รำพึง รำพันฉบับทำมือนั้น ทำมาถึงเล่มที่ 3 ต้นฉบับเล่มที่ 4 ซึ่งตอนแรกเตรียมไว้จะทำมือตามปรกติ แต่เกิดอาการงอนเครื่องถ่ายเอกสารที่ร้านหน้าโรงเรียนขึ้นมา (งอนหนักถึงกับหันหลังให้กันเลยทีเดียว) เลยต้องมานั่งทำต้นฉบับกันใหม่เพื่อเตรียมพิมพ์ รำพึงรำพันจึงคลอดในโลกหนังสือ ด้วยชุดที่ 4 และตามด้วยชุดที่ 1-2-3 ซึ่งหยิบเอาชุดที่ทำเป็นหนังสือทำมือทั้งสามชุด มารวมกันอย่างหน้าตาเฉย เพราะรวมกันแล้วได้ขนาดเล่มพอดีมือ ดังนั้น หนังสือชุดรำพึงรำพันชุดแรก คือชุดที่ 4 จึงบางกว่าชุดอื่น แต่อ่านแล้วมีความฮาผสมผสานอยู่คุ้มกับราคา
แม้น ว่าหนังสือชุดรำพึงรำพันในวันว่าง จะเป็นหนังสือในแผนกหนังสืออื่น (คือไม่ใช่หนังสือหญิงรักหญิงนั่นเอง) ของดิฉัน ที่ยอดขายไม่ดี เพราะแฟนนิยายส่วนใหญ่นิยมอ่านงานโรแมนติกของดิฉันมากกว่าหนังสืออ่านเอาฮา แถมยังมีบางคนไม่เชื่อว่าราชา'วดี ของเธอจะเขียนงานอื่นได้เสียอีก และสิ่งนี้แหละช่างท้าทายซะเหลือเกิน หู๊ยว่าไปนู่น เขียนได้และรู้สึกสนุกดีที่จะเขียนเกี่ยวกับเรื่องสภาพแวดล้อมของตัวเอง เรื่องหมา เรื่องดอกไม้ ผัก ต้นไม้ เรื่องของคนบ้า คนเมา และเรื่องเด็กๆ และที่จริงชอบและยังอยากที่จะเขียนเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกิน และวัฒนธรรมในการกินด้วย ซึ่งก็กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ (จนขณะนี้ชักจะอ้วนๆ ขึ้นมาหลายกิโลแล้วล่ะ)
12 May 2009
รำพึงรำพันในวันว่าง
0 comments
Posted by
ราชา'วดี
at
11:01
Subscribe to:
Posts (Atom)

