บ้านปิงฟ้าวิลันดา

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2558

พลังความคิด

คุณเชื่อไหมว่าความคิดของคุณนี่แหละที่ศักดิ์สิทธิ์ หลายคนอาจไม่เชื่อ แต่ป้าเชื่อจนหมดใจจริงๆ นะคะ

มีหนังสือมากมายกล่าวถึงพลังความคิด (คิดอย่างไร คิดถึงอะไร ความคิดของเราจะเหนี่ยวนำหรือดึงดูดสิ่งนั้นเข้ามาหาเราทั้งสิ้น) รวมทั้งบทสวดมนต์มากมายที่มีเนื้อหาดีๆ ทั้งบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และถ้อยคำอวยพรให้มีความสุขความเจริญ มีโชคมีลาภ คาถาบางบทเป็นที่กล่าวขวัญถึงมากทีเดียวว่ามีคุณสูงส่ง นั่นอาจเกิดจากความศักดิ์สิทธิ์จริง หรือเกิดจากแรงศรัทธาและความเชื่อหรือเรียกว่าพลังความคิดในทางบวกของตัวเราเอง

แต่ไม่ว่าจะเกิดจากอะไรก็แล้วแต่ ป้ายังตั้งจิตสวดมนต์ของป้าต่อไป เพราะเชื่อว่าเป็นบทสวดที่เป็นคุณ สวดแล้วสบายใจ หัวใจผ่องใส และที่สำคัญคือทำให้ป้าค้นคว้าหาที่มาที่ไป ว่าความสบายใจนี้มาจากไหน และสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตหลังจากการที่สวดมนต์มาระยะหนึ่งนั้นมาอย่างไร 

ความคิดเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก

หากเราปล่อยตัวปล่อยใจให้คิดอะไรไปเรื่อยๆ ในแต่ละวัน เราจะคิดเรื่องไร้สาระมากกว่าเรื่องมีสาระ

หากเราปล่อยความคิดไปเรื่อยๆ มันจะเหมือนน้ำ ที่พร้อมจะกระเทือนได้ง่ายดายเมื่อมีอะไรมากระทบ

และความคิดของคนเราปรกติจะมีธรรมชาติเหมือนน้ำ เพราะมันคอยจะไหลลงสู่ที่ต่ำเสมอ

แต่ความนึกคิดเป็นสิ่งที่ฝึกได้นะคะ ฝึกคิดดี คิดบวก พลังแห่งความคิดของเราจะนำพาสิ่งดีๆ เหล่านั้นเข้ามาสู่ชีวิตของเราเอง ตรงกันข้าม หากเราคิดแต่เรื่องลบ ชีวิตเราก็จะพบเจอแต่เรื่องที่เราคิดนั่นแหละ 

เราจะเขียนคาถาส่วนตัวเอาไว้ท่องทุกเช้าเย็นก็ได้นะคะ ลองดูไหม 

คุณอยากให้ชีวิตของคุณเป็นอย่างไร เขียนลงในกระดาษ แล้วท่องไว้ 


เช่น ฉันเป็นคนโชคดี ฉันมีความสุข ฉันร่ำรวย และจะรวยขึ้นทุกวัน

ฉันทำงานอย่างมีความสุข ฉันก้าวหน้าในหน้าที่การงานและจะก้าวหน้าขึ้นทุกๆ วัน
ฉันมีคนรักที่ดี ฉันมีโชคมีลาภ ไปทางไหนก็มีแต่คนเมตตา
ฉันมีความสุข มีสุขภาพแข็งแรง ฯลฯ

ตั้งใจท่องไว้สักสองเดือน แล้วมาดูผลกัน ^^



วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สิ่งสำคัญที่นักเขียนควรมี

ให้เวลาเดาใจค่ะ ว่าสำหรับป้า สิ่งที่นักเขียนควรมีคืออะไร ความจริงสิ่งนี้ นอกจากนักเขียนหรือนักอยากเขียนควรมีแล้ว หากผู้คนทั่วไปจะพึงมี โลกใบนี้จะน่าอยู่กว่านี้มากมายทีเดียวค่ะ

ป้าคิดว่า สิ่งที่นักเขียนที่น่ารักควรมีคือ "การให้" ค่ะ..

ให้อะไร?.. มาดูกันค่ะ..

ข้อแรกเลยคือให้ความจริงใจต่อคนอ่าน หากมีข้อนี้แล้ว การลอกงานแบบต่างๆ ทั้งบางส่วนหรือแอบอ้างกันดื่้อๆ ทุกส่วน จะไม่เกิดขึ้น และเท่ากับว่าคุณมีความเคารพตัวเองเพียงพอที่จะให้ผู้อื่นเคารพได้

ข้อต่อมาคือให้สาระความรู้หรือแง่คิดดีๆ บ้างค่ะ การเขียนงานนั้นต้องค้นคว้าบ้าง แต่สิ่งที่ค้นมาได้บางทีก็ต้องบอกที่มาที่ไปบ้างตามสมควรแก่มารยาท

ข้อสุดท้ายคือให้อ่านค่ะ เมื่อรักจะเขียนหนังสืออย่าหวงแหนกกกอดเอาไว้อ่านคนเดียว ส่งมาให้ป้าอ่านคนแรกก็ได้ หากถูกใจจะตัดสายสะดือทำคลอดให้ค่ะ ^^

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558

นิยายเรื่องแรกในชีวิต

"สุดปรารถนา" คือชื่อนิยายเรื่องแรกของป้าค่ะ ตอนนั้นเรียนอยู่ชั้น ป.6 ชีวิตช่วงนั้นติดหนังทางทีวี ทั้งหนังฝรั่งพวกท่องอวกาศ และหนังญี่ปุ่นเกี่ยวกับกีฬาเช่นเคนโด้ วอลเล่ย์บอล แล้วยังเริ่มสิงตัวอยู่ในห้องสมุดด้วย สรุปคือชีวิตช่วงนั้นมีแต่ความฟุ้งฝัน

วันหนึ่งในฤดูหนาว ท่ามกลางบรรยากาศแบบญี่ปุ่น 555 คือบ้าหนังญี่ปุ่นไง มองอะไรก็เป็นญี่ปุ่นไปหมดแหละ บรรยากาศในโรงเรียนช่วงหน้าหนาว เด็กนักเรียนใส่เสื้อกันหนาวหลากสีเดินไปเดินมาในม่านหมอก พูดคุยหัวเราะกันโดยมีไอขาวๆ ออกจากปาก เด็กเล็กๆ แก้มแดงน่ารัก ... ป้าเห็นรุ่นพี่คนหนึ่งหอบสมุดขนาดใหญ่ เวลาต่อมาจึงรู้ว่าสมุดแบบนั้นคือสมุดบัญชี มีคนบอกว่านั่นคือสมุดที่พี่เขาเขียนนิยาย ได้ยินแค่นี้ภาพพี่เค้าก็โดดเด่นเด้งออกมาทันที คิดในใจว่า.. พี่เค้าเขียนนิยายอย่างนั้นเหรอ นิยายเล่มใหญ่ๆ ที่เห็นในห้องสมุดน่ะเหรอ? พี่เค้าจะเป็นนักเขียนจริงๆ ในอนาคตสินะ

ไม่ได้เข้าไปคุยกับเค้าหรอกค่ะ คิดอะไรๆ ไปเองทั้งน้าน แต่ก็ได้แต่เฝ้ามองเค้าหอบสมุดเล่มใหญ่มากนั้นไปมาด้วยความชื่นชม

สมัยนี้คงต้องเรียกว่าเจอไอดอลใช่ไหม

ภาพพี่เค้ากับสมุดเล่มใหญ่ติดอยู่ในใจตลอดวันตลอดคืนตั้งแต่นั้น

จนกระทั่งวันหนึ่งหลังจากดูหนังทีวีญี่ปุ่นเรื่องหนึ่ง เนื้อเรื่องคือเด็กสาวคนหนึ่งเดินทางออกตามหาแม่ที่ทิ้งเธอไปด้วยความสงสัยว่าทิ้งเธอทำไม การเดินทางของเธอทำให้ได้พบกับมิตรภาพและอุปสรรคหลายอย่าง แต่เธอก็ไม่เคยท้อถอย

หลังจากปิดโทรทัศน์แล้วก็นอนไม่หลับ คิดถึงสมุดของพี่เค้าอยู่ตลอดเวลา จึงไปหาสมุดเรียนเก่าๆ ที่ยังเขียนไม่หมดออกมาเล่มหนึ่ง แล้วเขียนนิยายเรื่องแรกของตัวเองออกมาบ้าง นั่นคือเรื่อง "สุดปรารถนา"

พลอตคือมีเด็กสาวคนหนึ่งเข้ามาเป็นนักเรียนใหม่ในโรงเรียนสตรีที่มีเจ้าถิ่นค่อนข้างโหด  เมื่อเธอถูกรังแกมีครูฝึกสอนคนหนึ่งเข้ามาปกป้อง และมีเรื่องกับพวกเจ้าถิ่นที่มีพ่อแม่เป็นผู้มีอิทธิพล ต่อมาครูฝึกสอนและเด็กสาวคนนี้เกิดความประทับใจซึ่งกันและกัน และช่วยกันรับมือกับพวกเด็กเจ้าถิ่น จนกระทั่งเกิดเรื่องร้ายแรงถึงขั้นดีกัน ฝ่ายโน้นมีคนได้รับบาดเจ็บหัวแตกสองคน แถมคนหนึ่งเป็นลูกนายตำรวจใหญ่

เมื่อผู้ปกครองของแต่ละคนมาพร้อมหน้ากันที่ห้องอธิการโรงเรียน ความจริงก็เผยออกมาว่า เด็กนักเรียนใหม่เป็นใคร .. และต่อมา การพลัดพรากก็มาถึง เพราะเด็กคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นเจ้าหญิงแห่งเมืองหนึ่ง ซึ่งหนีออกมา ทดลองใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชน

เป็นตุเป็นตะเหลือเกินนะคะ สำหรับนิยายเรื่องแรกที่ต้นฉบับสูญหายไปนานแล้ว เพราะเขียนในสมุดเรียน แถมเขียนด้วยดินสอบ้างปากกาบ้างมั่วๆ ไป แต่นั่นเป็นครั้งแรกที่ป้ามั่นใจว่า .. ฉันเขียนหนังสือได้..

แล้วพวกคุณล่ะคะ .. เริ่มต้นเขียนหนังสือกันตั้งแต่ตอนไหน อย่างไรบ้าง ป้าอยากรู้เหมือนกันนะ ^^