5 June 2008

เรื่องราวภายในจุลสาร

1 comments


อัพแล้วค่ะ นิรันดร์กาลอัพต่อเนื่องจากเดิมจนจบค่ะ และคลอดล่าแต่ก็คลอดแล้ว จุลสารปิงฟ้าวิลันดาฉบับที่ 17 ประจำเดือน มิถุนายน 2551 พร้อมการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือการทำจุลสารเป็นเอกสาร e-book ประจำเืดือนแทนการเดินทางถึงประตูบ้านด้วยบุรุษไปรษณีย์ ทั้งนี้ เนื่องจากทางเราปรารถนาจะมีส่วนร่วมในการรณรงค์ลดการใช้พลังงานลงบ้างแม้นเพียงเล็กน้อยก็ตามที ค่ะ ช่วยๆ กันคนละนิด ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยค่ะ

อย่างไรก็ดี สำหรับสมาชิกจุลสารนะคะ เรามีนโยบายที่จะจัดพิมพ์รวมเล่มทุกปีค่ะ โดยค่าสมาชิกของเพื่อนๆ 300 บาท นับแต่นี้ไป จะได้รับ e-book ทุกเดือนๆ ละ 1 ฉบับ และปลายปี ก็จะได้รับหนังสือรวมเล่มอีก 1 เล่มค่ะ สำหรับเพื่อนๆ สมาชิกที่ได้รับจุลสารกระดาษเสมอมาตั้งแต่ต้นนั้น หากต้องการจุลสารรวมเล่มประจำปีแรก คือปี 2550 ที่เรากำลังอยู่ในระหว่างจัดทำกันอยู่นี้ กรุณาสั่งซื้อนะคะเพราะเราจะฟรีให้ในฉบับ 2551 เป็นต้นไปค่ะ

และมีข่าวดีค่ะ เพื่อนๆ ที่สั่งซื้อหนังสือของราชา'วดี ครบชุด จะได้รับสิทธิ์ในการเป็นสมาชิกจุลสารปิงฟ้าฟรี 1 ปี พร้อมไฟฉาย LED หลอดประหยัดพลังงาน อีก 1 อันเป็นของแถมค่ะ

20 May 2008

ประกาศผลการประกวดภาพถ่ายครั้งที่ 1 ค่ะ

1 comments



และแล้วผลการประกวดภาพถ่ายครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ "การรอคอย" ก็ออกมาแล้วค่ะ โดยผู้ตัดสินมีคนเดียว ตัดสินโดยไม่ปรึกษาหารือใคร ได้ผู้ชนะเลิศรางวัลที่ 1 สองท่าน สาเหตุเพราะ ภาพชนะภาพแรกเป็นภาพจากคุณกนก เป็นภาพต้องตา เนื่องจากองค์ประกอบภาพ ทั้งแสงเงาพอเหมาะพอเจาะและได้อารมณ์สอดคล้องกับหัวข้อการประกวด

ส่วนภาพชนะเลิศที่ 1 อีกภาพ เป็นภาพจากคุณต้อมค่ะ เป็นภาพต้องใจ ซึ่งความจริงต้องใจภาพอื่นอีก แต่เลือกภาพนี้ เนื่องจากความละมุนละไมจากภาพ และเบื้องหลังภาพนี้ มีอะไรลึกซึ้งจนต้องขอให้เจ้าของภาพเขียนออกมาเป็นตัวอักษรให้เราท่านได้อ่านกันทั่วหน้า

ส่วนภาพอื่นๆ ที่ส่งเข้ามาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ จะได้รับรางวัลชมเชยเล็กๆ น้อยๆ ทุกท่านทั่วหน้าค่ะ :D

----------------------------------
เบื้องหลังภาพพ่อ..โดย ต้อม

หลังจากที่ถูกชักชวนให้ส่งรูปถ่ายเข้าร่วมชิงรางวัล ในหัวข้อ"การรอคอย" ใจก็แล่นลิ่วไปถึงรูปพ่อที่ถ่ายโดยฝีมือฉันเอง ซึ่ง ณ ตอนนั้นอายุยังไม่ถึงเก้าขวบ

ภาพของพ่อยืนอยู่ริมทะเลในยามเช้าที่มีแสงสีส้มปนหม่นคลี่ปกคลุมผืนฟ้า สายตามองทอดยาวไปข้างหน้า ฉันไม่รู้หรอกว่า ณ ตอนนั้นพ่อกำลังนึกถึงอะไร แต่สิ่งที่ฉันทำก็คือการยกกล้องขึ้นมากดชัตเตอร์เพื่อเก็บภาพนั้นเอาไว้ และนึกขอบคุณตัวเองที่ได้ทำอย่างนั้นในภายหลัง

ไม่รู้เหมือนกันว่าพ่อ "รอ"อะไร อาจจะรอว่าเมื่อไหร่เรือจะมารับ เมื่อไหร่ที่พระอาทิตย์จะมาทำหน้าที่ หรืออาจจะรอความหวังที่จะทำให้ครอบครัวของเรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่บางที..พ่ออาจจะไม่ได้กำลังรออะไร อาจจะแค่หยุดเดินอยู่ตรงนั้น แล้วมองดูร่องรอยการจากลาของน้ำทะเลในยามเช้าอย่างละเมียดละไม คงอีกนานกว่าที่คนบนภูอย่างเราจะได้กลับมาเยือนทะเลอีก และก็ยังคงไม่มีใครให้คำตอบแก่ฉันได้ นอกจากพ่อซึ่งได้จากไปแล้ว

หลายๆ ครั้งที่สายตาไปบรรจบกับรูปถ่ายใบนี้ ฉันก็จะรู้สึกได้ถึงเม็ดหยดน้ำใสๆ เม็ดเล็กๆ ที่กำลังกลิ้งวิบวับอยู่ในนัยน์ตาคู่นี้ของตัวเอง ใช่! ฉันกำลังร้องไห้ ร้องไห้ให้กับผู้ชายช่างฝันที่ยืนอยู่ในรูปนั้น ซึ่งเขาคงไม่รู้ว่าฉันเองก็กำลังเฝ้ารอคอย รอคอยความฝันที่ไม่มีวันจะเป็นจริงได้ นั่นคือการรอคอยให้เขาคืนกลับมา รอคอยที่จะกอดเขาไว้แน่นๆ และทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน นั่นคือการบอกรักเขา

แปลกไหม..ที่ฉันจะรักรูปถ่ายใบนี้ได้อย่างจับใจในความรู้สึกของตัวเอง และทุกๆ ครั้งที่หลับตา..ภาพของผู้ชายช่างฝันคนนี้จะพาฉันย้อนกลับคืนสู่วารวัน ตรงที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ขี้อาย ยกกล้องตัวโปรดของเขากดชัตเตอร์เบาๆ อย่างเงียบเชียบ
-----------------------------------------------