12 May 2009

หลายเรื่องเล่า

สุขสันต์วันคริสต์มาส และ สวัสดีปีใหม่ค่ะ



เมอรี่คริสต์มาส >> เทศกาลแห่งความรื่นรมย์มาถึงแล้ว ฮะฮะโฮ๊.. ซานตาคลอสมาแล้วจ้า เอ้า! จิงกาเบล ๆ ..








จากคริสต์มาสแล้ว มาสู่งานฉลองอย่างไทยกันบ้าง งานส่งท้ายปีเก่า เตรียมต้อนรับปีใหม่เริ่มขึ้นแล้วจ้า .. ลาทีปีเก่า ทิ้งความทุกข์เศร้าไว้เบื้องหลัง และเริ่มต้นกันใหม่นับแต่บัดนี้จ้า


-------------------------------------------------------------

คะน้าน้อยๆ ค่อยๆ โตอย่างช้ามาก (แต่ยังดีกว่าไม่งอก หรืองอกเป็นอย่างอื่น) หลังจากประคบประหงมมานาน พบว่ารดน้ำเช้าเย็นนั้นมากไป แม่เปรยว่า ดินเปียกตลอดเดี๋ยวรากเน่า อืม.. ได้คิดเลยลดการรดน้ำเหลือแต่ตอน

เย็น แต่อย่างไรก็ยังรู้สึกว่าผักโตช้าเสียเหลือเกิน เอาไงดีน๊อ หรือรดน้ำแค่ครั้งเดียวยังมากไปอีก มีคนแนะนำว่าให้น้ำตอนบ่าย หลังจากโดนแดดกล้าแล้ว พอคล้อยบ่าย รดน้ำให้ชุ่ม จะเหมือนให้น้ำคนที่กำลังร้อนและหิว ปรากฏว่าผักแข็งแรงขึ้น คนปลูกเริ่มยิ้มออกละทีนี้ ความจริงคะน้าปลูกไม่ยากนัก แต่รอดยากเพราะหนอนชอบมาแทะใบแหว่งหมด เขาว่ากันว่าหนอนแมลงมักจะมาตอนเช้ามืด ไม่ใช่ชาวสวนจริงไม่มีตื่นทัน555 เลยต้องปล่อยให้มันกินไปอาศัยปลูกเยอะเข้าว่า ด้วยหวังว่ามันจะเหลือให้คนปลูกได้กินบ้าง
มี เรื่องเล่าหลายเรื่อง เลยตั้งชื่อว่า หลายเรื่องเล่า เช้าวันที่ 26 ที่อำเภอมีหน่วยกาชาดมารับเลือด ฉันนั้นถือคติว่า บริจาคโลหิตหนึ่งขวด(หรือหนึ่งถุง)เหมือนได้บวช กุศลแรง แหะ.. ท่องไว้ให้ฮึกเหิมไปงั้นค่ะ เพราะพอจะโดนแทงเข็มทีไรก็กลัวซะทุกทีไป วันนี้มีแจกบัตรคิวด้วย ฉันได้คนที่ร้อยกว่า โอ้โห ไปนั่งรอเจาะเลือดลอยกับน้องๆ เด็กอาชีวะที่เพิ่งมาบริจาคเป็นครั้งแรก พวกเด็กๆ ถือบัตรเบอร์หกสิบกว่า อ้าวกว่าจะถึงฉันคงอีกนาน แต่ปรากฏว่าเขาไม่ได้เรียงตามบัตรคิวกันหรอก ไม่รู้ว่าถือไว้ทำมะไร เบอร์ร้อยกว่าไปต่อเบอร์หกสิบกว่า เขาก็เจาะให้ แล้วไปนั่งต่อๆ กันรอเตียงด้านใน
ตอน นอนให้เลือด เด็กฝึกงานสองคนเฝ้าเตียงฉันอยู่ น้องคนนึงก้มลงถามว่ากลัวไหมคะ ก็บอกไปว่ากลัว น้องเขาก็บอกว่าไม่ต้องกลัวนะ เจ็บนิ๊ดเดียว น้องอีกคนท่าทางเป็นทอม ทอมเดี๋ยวนี้ผมชี้ๆ ทรงเดียวกันเกือบหมด น่ารักไปอีกแบบ หน้าใสๆ ยิ้มง่ายแต่ไม่ค่อยพูด มีแต่น้องคนที่ถามฉันนั่นแหละ คอยก้มลงถามเป็นระยะๆ ว่าเจ็บไหม กลัวไหม ไม่ต้องกลัวนะคะป้า (แป่วววว) พูดไม่พูดเปล่า มาจับผมฉันเล่นอีกตะหาก (โหย) พอฉันตอบจำนวนครั้งว่ามาบริจาคกี่ครั้งแล้ว น้องก็ทำตาโตอิอิ อะน่าจะกี่ครั้งๆ ก็ยังกลัวยู๊..

เห็นภาพผึ้งบนต้นมะเกี๋ยงภาพนี้ คิดถึงเพลงหนึ่งที่ว่าไว้ว่า.. เหลือไว้แต่รอยอดีต

หลาย เดือนก่อนมีผึ้งฝูงใหญ่มาลาดตระเวณหาที่ทำรังในบริเวณสวนหลังบ้าน ตอนแรกจับตัวอยู่ที่ต้นมะม่วง สองสามสัปดาห์ พากันย้ายไปเกาะต้นมะเกี๋ยง และเริ่มสร้างรังสะสมน้ำหวานจนเป็นรังผึ้งรังใหญ่

มีคนมาดูผึ้งรัง นี้เรื่อยๆ มาดูไม่พอ ยังบอกอีกด้วยว่าเดี๋ยวเดือนห้าต้องให้คนมาเอาลง รังใหญ่อย่างนี้คงได้น้ำผึ้งหลายขวดทีเดียว บางคนมาดูแล้วก็บอกว่าตีได้แล้ว ใหญ่ๆอย่างนี้คงได้น้ำผึ้งหลายขวด รังผึ้งอ่อนๆ ปิ้งกินอร่อยนะ เอ้อ.. เรียกว่าใครมาเห็นเข้าต้องหมายมั่นปั้นมือกันทั้งนั้้น

เหมือนผึ้ง รู้ภาษาคน เพราะวันนี้พวกมันพากันทิ้งรังอพยพหนีไปแล้วล่ะคุณ ฉันว่าแม้นไม่รู้ภาษาคน แต่ การมีคนมาชี้ๆ แล้วทำท่าทำทางใต้รังบ่อยๆ พวกมันคงเสียวไส้เหมือนกัน ว่าขืนอยู่ต่อไปคงแย่แน่ ดังนั้นวันนี้ต้นมะเกี๋ยงต้นนี้จึงเหลือแต่รังผึ้งรังใหญ่ที่ทิ้งร้างไว้ให้ ดูต่างหน้า

เหลือไว้แต่เพียงอดีตและรูปภาพให้เก็บไว้ในความทรงจำ .. แต่ฉันเองแอบรู้สึกโล่งอก และอดคิดไม่ได้ว่า ขณะนี้ พวกผึ้งฝูงนี้พากันไปอยู่ที่ไหนนะ และวันหน้าพวกมันจะมากันอีกไหม .. ถ้ามาอีก ต่อไปฉันจะไม่ให้ใครมารบกวนเลย .. คิดถึงนะ ขอบอก..






และนี่คือรังร้างในปัจจุบันค่ะ >>>


เขียนไว้เมื่อ 26/12/08 by ราชา'วดี

0 comments: